เก็บมาเล่า ให้ฟัง

.. ชวนเพื่อนนั่งรถไฟ ไปเที่ยว เมืองชุมแสง (นครสวรรค์) .. คนหนึ่งถ่ายรูป คนหนึ่งเขียนเล่า หากกลมและกลืนกันอย่างเนียน ๆ .. ลองตามไปดูกัน แต่ขอบอกก่อน ว่า ยาววววว มาก http://oknation.nationtv.tv/blog/littlebackpack/2015/09/18/entry-1

รองเท้านักเรียนนั้น .. สำคัญจริงหนอ

เปิดเทอมใกล้มาถึงแล้ว คุณพ่อคุณแม่คงหาซื้อรองเท้าให้ลูกได้แล้วนะคะ ครูฟ้ามีประสบการณ์เรื่องรองเท้า มาเล่าสู่คุณพ่อคุณแม่ หลายครั้งที่ครูฟ้าพานักเรียนไปเรียน กิจกรรมนอกห้องเรียน เช่น ห้องสมุด ห้องวิทยาศาสตร์ ฯลฯ ซึ่งห้องเหล่านี้ กำหนดให้นักเรียนต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าห้อง ปรากฎตอนเข้าไปก็ไม่มีปัญหาอะไร ดูราบรื่นดี แต่ตอนออกมานี่สิ เรื่องปวดหัวก็เกิดขึ้น

เด็กชายก้อง ร้องไห้ฮือ ๆ ปากก็ท่องว่า “รองเท้าผมหายครับ”
เด็กหญิงปุ้ย แหงนหน้าขึ้นฟ้อง เสียงเจื้อยแจ้วว่า “ครูขา รองเท้าหนูคู่เล็กเกินไปค่ะ”
และที่ร้ายกว่านั้น เด็กชายปอม ตะโกนมาว่า “ครูครับ ทำไมรองเท้าผมอีกข้างหนึ่งเล็ก อีกข้างหนึ่งใหญ่ครับ”

จะไม่ให้สับสนได้อย่างไรคะ ในเมื่อรองเท้าที่ถอดเรียงรายอยุ่นั้น ดูเผิน ๆ แล้วก็เหมือนกันหมด แยกแยะไม่ออกเลยว่าเป็นของใคร กว่าครูฟ้าจะแก้ปัญหาให้เจ้าตัวน้อยเหล่านี้ได้ เฮ้อ ! ลมแทบจับ

คุณพ่อคุณแม่คะ ครูฟ้ามีวิธีมาบอก เพื่อแก้ปัญหารองเท้าลูกสลับกับเพื่อน หลังจากซื้อรองเท้ามาใหม่ คุณแม่ลองใช้สีเมจิกแบบติดถาวร (Permanent) เขียนชื่อลูก ลงไปด้านในบริเวณส้นรองเท้า หากเป็นสีดำล้วนลองใช้ Liquid Paper เขียนลงไป แต่ถ้าลูกอยู่ชั้นอนุบาล คุณแม่อาจใช้ Sticker ติดลงไปแทนก็ได้ค่ะ

เอาละ….รับรองคราวนี้ ลูกจะไม่ต้องกังวลกับรองเท้าของตนอีกต่อไปแล้วล๊ะค่ะ และที่สำคัญที่สุด ครูฟ้าก็จะได้ไม่ต้องกินยาแก้ปวดหัวอีกต่อไป

พบกันใหม่นะคะ
ครูฟ้า

 

เป็นเรื่องที่เขียนไว้
ตอนที่เริ่มทำเว็บ tataya.com
ด้วยแนวคิด อยากให้คนใกล้ชิดได้เขียนเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่
ในมุมมองของครู

รู้จักครูฟ้าสักนิด

.. มาจากครอบครัวครู  แวดล้อมไปด้วยครู ทั้งพ่อ พี่ และน้อง เป็นครูทั้งบ้าน  เข้า มหา’ลัย ได้คณะอื่น  แต่จนแล้วจนรอดก็ย้ายมาเรียนครู  จากสถาบันที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น แคมปัสที่สวยแห่งหนึ่ง ของโลก และอยู่ในเมืองสวยของประเทศไทย … เชียงใหม่

หลังจากเป็นครูมาหลายแห่ง  ทั้งในเมือง  นอกเมือง  ไกลสุดอยู่ถึง ตีนดอยอ่างขาง  โรงเรียนที่เด็กห่อข้าวมากิน  ขนมห่อใบตองขาย  ประทับใจมากกับการ อุ้มเด็กหนีน้ำป่า ที่ไหลบ่าท่วมโรงเรียนอย่างรวดเร็ว  และเพื่อนร่วมหอพักที่ลงขันทำอาหารกินกันมื้อละสามบาท (ห้ามตักหมูเกินสองชิ้น)

วันนี้เป็นครูในโรงเรียนย่านสาทร  โรงเรียนที่คนแย่งกันเข้า  เพราะชื่อเสียงที่สั่งสมมาร้อยกว่าปี  ผลิตคนออกไปรับใช้ชาติรุ่นแล้วรุ่นเล่า อย่างมีคุณภาพ  ชอบโรงเรียนนี้มาก  โรงเรียนทุ่มเททุกสิ่งเพื่อเด็ก  เงินทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากเด็ก  กลับคืนสู่เด็กอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ขณะนี้กำลังเรียนเพิ่มเติม  โลกวิ่งไปไว  ถ้าครูไม่วิ่งตามไม่ทัน  แล้วจะเอาอะไรมาสอนเด็กได้  มีอะไรอยากคุยกัน  จะเป็นเรื่องการเรียนของลูก … ปัญหาสารพัดของลูกที่โรงเรียน … หรืออยากเล่าประสบการณ์ที่น่ารักของลูก ๆ มาให้ครูได้ฟังบ้าง

หวังว่าคงได้คุยกับคุณพ่อคุณแม่ไว ๆ นี้นะคะ … ครูฟ้า

เป็นเรื่องที่เขียนไว้
ตอนที่เริ่มทำเว็บ tataya.com
ด้วยแนวคิด อยากให้คนใกล้ชิดได้เขียนเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพ่อแม่
ในมุมมองของครู

 

มิใช่เพียง ธุลีดิน ที่ไร้ค่า

มิใช่เพียง ธุลีดิน ที่ไร้ค่า .. ตอนผมเด็ก ๆ คนข้างบ้านไปเที่ยวเมืองเหนือ ของฝากที่เขานำมาให้แม่ผม เป็น คนโทน้ำที่ปั้นด้วยดิน … ผมได้เอาน้ำมาใส่ และดื่มน้ำนั้น น้ำจะเย็น มีกลิ่นดิน รสชาติแปลก นั่นคือ เรื่องราว เรื่องแรกเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผาที่ผมจำได้ http://mycity.tataya.net/th/review_bkk_003.php

โลกไปไวกว่าที่คิด

โรงเรียนผู้สูงอายุ .. โลกไปไวกว่าที่คิด

วันนี้ มีแชร์มาใน Line .. โรงเรียนผู้สูงอายุ ของ ม.ธรรมศาสตร์ ผมเห็นน่าสนใจดี เลยคลิกเข้าไปอ่าน ซึ่งก็น่าสนใจจริง ๆ เลยรีบมองหาปุ่มคลิกสมัครออนไลน์ แต่ก็ไม่เจอ เจอแต่เอกสารประกอบการสมัคร คือ ใบสมัคร สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว .. เอกสารประกอบ ดูจะสูงอายุตามหัวข้อไปด้วย

ผมเลยไม่แปลกใจเลย ที่มหาวิทยาลัยในประเทศไทย มีคนเรียนน้อยลง บางแห่งถึงขั้นวิกฤต เพราะแค่สัมผัสแบบผิวเผิน ก็รับรู้ถึง ความไม่สอดคล้องกับยุคสมัย ไม่ได้ด่วนสรุป แต่รู้สึกได้เท่านั้นเองครับ

เช้าวันอาทิตย์ อากาศร้อนอบอ้าว
แม้จะมีฝนตกมาหลายวันแล้ว
ที่บ้านสะพานใหม่ ดอนเมือง

ตลาดริมคลองชุมชนสวนหลวง 1

ชิมอาหารฮาลาล .. ที่ตลาดริมคลองชุมชนสวนหลวง 1 ตั้งอยู่ในซอยเจริญกรุง 103 .. ชิมอาหารฮาลาล เลาะรั้วบ้านริมคลองตลาดมุสลิม เปิดหน้าบ้านทำอาหาร เครื่องดื่มกันเองแบบง่ายๆ ขายเฉพาะเสาร์ – อาทิตย์ แรกของทุกเดือน เวลา 08.00-15.00 น (มาก่อน 11.00 ตลาดจะคึกคัก)

อร่อยกับเมนู .. รอยะห์ (ส้มตำมาเลเซีย) เนื้อปิ้ง ข้าวเนื้อแดง โรตีโรย ขนมต้ม ซูยี ข้าวคลุกกะปิ หมี่กรอบ หมี่กะทิ ยำทวาย ข้าวมันส้มตำ ขนมจีนซาวน้ำ แกงกาเรีย แกงกะหรี่ปลาโอ ขนมหัวเราะ ขนมเบื้องญวณ ข้าวต้มจิ้ม ขนมเรไร ปั้นขลิบ ข้าวต้มมัด ไก่ย่างนมสด ขนมน้ำดอกไม้ ข้าวหมกสามสี สลัดแขก ฯลฯ สอบถามเพิ่มเติม โทร 081-437-4747

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม http://www.mycity.tataya.net/th/placeOne.php?cID=1358

 

มีไฟฉายวิเศษ แล้วผีก็เป็นเรื่อง จิ๊บ จิ๊บ

กระบวนกลัวผีแล้วคงจะต้องยกให้นายตูตู้ เป็นสุดยอดของเด็กกลัวผี ดูเหมือนผีจ้องจะหลอกนายตูตู้อยู่คนเดียว หลอกได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่จะหลอกเฉพาะเวลานายตูตู้อยู่คนเดียว ถ้าอยู่สองคนขึ้นไป ผีจะไม่กล้ามาหลอก

ดังนั้นเวลานายตูตู้จะไปหยิบเสื้อผ้า ซึ่งเก็บอยู่ในห้องแต่งตัว ก็ต้องเดือดร้อนน้องจ๊อดไปเป็นเพื่อน

เคยถามนายตูตู้ว่าเคยเห็นผีหรือเปล่า แกตอบว่าไม่เคยเห็น
อ้าว..แล้วทำไมถึงกลัว
ไม่รู้เหมือนกันพ่อ … ก็มันกลัวนี่นา

เราก็สัญนิษฐานเอาว่า สาเหตุที่นายตูตู้กลัว อาจจะเนื่องมาจากตอนเด็ก ๆ พี่เลี้ยงแกคงจะหลอกไว้ เพราะนายตูตู้เป็นเด็กซน พี่เลี้ยงขี้เกียจวิ่งไล่ตาม ก็เลยหลอกเอาว่า อย่าไปห้องโน้นนะ เดี๋ยวผีจะกินไส้เอา

พัฒนาการของความกลัวมีมากขึ้น เพราะดูหนังผี ซึ่งมีสารพัดผีทั้งทางโทรทัศน์ VDO CD และเดี๋ยวนี้ก็ทางเน็ตรวมเข้าไปด้วย อย่างเช่น กระสือสาว  ผีหัวขาด  แม่นาค ส่วนน้องจ๊อดน้องสาวของนายตูตู้ไม่เคยกลัวผี เพราะแกโตมากับพี่ป้าน้าอา และบ้านนี้เห็นผีเป็นเรื่องไร้สาระเสียด้วย

เราพยายามแก้ไขความกลัวผีของนายตูตู้มาหลายหนทาง แต่ไม่สำเร็จสักทาง จนในที่สุด นายตูตู้เองนั่นแหละที่ค้นพบวิธีการของแกเอง ในคืนวันที่ ฝนตกหนัก ฟ้าแลบแปลบปลาบ ตามด้วยฟ้าร้อง และก็เป็นธรรมเนียมของประเทศไทยที่ไฟฟ้าต้องดับ เหมือนในหนังคืนวันสยองขวัญอะไรทำนองนั้น

เวลาผ่านไปไม่รู้จะทำอะไร นอกเสียจากนั่งล้อมรอบเทียนแท่งใหญ่ ผมไปหยิบไฟฉาย ซึ่งปกติติดไว้เผื่อฉุกเฉินในรถ มาส่องหาโน่นหานี่ นายตูตู้มาแปลก ปกติถ้ามืดอย่างนี้ ไม่มีทางขยับห่างจากแม่แม้แต่คืบเดียว คราวนี้มาขอถือไฟฉาย เดินส่องรอบบ้าน … คนเดียวครับ

นับจากวันนั้นมา นายตูตู้สามารถเดินส่ายอาด ๆ ไปทั่ว พร้อมไฟฉายวิเศษ ไม่ใช่กลัวผีนะครับ แต่เอาไว้ปราบผี ใครเจอผีที่ไหนติดต่อมาได้ นายตูตู้รับปราบผีทั่วราชอาณาจักร ราคาคุยกันได้ครับ

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557 : 11.00
วันที่อบอ้าว ฟ้าครืมเมฆ
บ้านดอนเมือง

ไฟเตาะแตะ .. เรื่องของลูกปูกับพ่อปู

เรื่องนี้เขียนนานแล้ว ตั้งแต่ทำเว็บไซต์ใหม่ ๆ ตอนนี้ นายตูตู้ จบมหา’ลัย ทำงานได้ 3 ปีแล้ว แต่หลาย ๆ อย่าง ยังคงสะท้อนออก ซึ่งสิ่งที่เขา เรียนรู้แต่ยังเยาว์ อย่างไม่น่าเชื่อ …

ชีวิตนายตูตู้กับการเดินทางด้วยรถยนต์ ดูจะเป็นสิ่งที่คู่กันมาตั้งแต่เกิด โดยเฉพาะช่วงอนุบาลเป็นต้นมา ต้องนั่งตะลอน ๆ อยู่บนรถทั้งเช้าและเย็น ถ้ากรมการขนส่งทางบก ยอมให้เด็กอนุบาล 3 สอบสัมภาษณ์เรื่องกฎจราจรได้

นายตูตู้คงจะได้คะแนนเต็มเป็นแน่ อย่างเช่น จะเลี้ยวเข้าซอยบ้านก็ต้องเปิดไฟเลี้ยวขวา ตอนนั้นนายตูตู้ไม่รู้หรอกว่า เขาเรียกไฟเลี้ยว นายตูตู้เขาเรียกว่าไฟเตาะแตะ ทั้งนี้เพราะเวลาเปิดไฟเลี้ยว มันจะมีเสียง เตาะ….แตะ…เตาะ…แตะ… เสียงไฟเลี้ยวรถคุณเป็นแบบนี้หรือเปล่าครับ

พอจะแซงก็ต้องเปิดไฟเตาะแตะ เวลาวิ่งช้าก็ต้องวิ่งช่องซ้าย แซงต้องแซงทางขวา ไฟเหลืองปุ๊บต้องหยุดปั๊บ ขึ้นรถต้องคาดเข็มขัดนิรภัยทันที ไม่ว่าจะวิ่งในซอย หรือบนถนน หรือกลางทุ่ง นายตูตู้เห็นพ่อกับแม่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ทั้งต่อหน้าและลับหลังตำรวจ

เย็นวันหนึ่ง เราขับรถกลับบ้านตามปกติ ความที่ถนนโล่งมาก พอมาถึงปากซอยผมก็เลยเลี้ยวขวับเข้าซอยเลย พ้นปากซอยมาได้หน่อยหนึ่ง นายตูตู้ถามเสียงดังทีเดียวว่า

“พ่อ ๆ เมื่อตะกี้ ทำไมพ่อไม่เปิดไฟเตาะแตะล๊ะพ่อ?”

ไม่รู้จะตอบลูกว่าอย่างไร ได้แต่นึกถึงนิทาน แม่ปูกับลูกปู คุณพ่อคุณแม่คิดเหมือนผมไหมครับ?

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน 2557 : 10.00
วันที่อบอ้าว ฟ้าครืมเมฆ
บ้านดอนเมือง

บันทึกประจำวัน .. เกริ่นนำ

แต่ละวัน กับแต่ละเหตุการณ์ เรามักจะมีความคิดเห็นต่อสิ่งนั้น ๆ แตกต่างออกไป ขึ้นอยู่กับการรับรู้ของเราว่ามีมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับอารมณ์ ความรู้สึก ณ ช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะไรแปลกประหลาดอะไร ในทางวิทยาศาสตร์ เรียกลักษณะนี้ว่า เป็นลักษณะสัมพัทธ์ ดังนั้น เราอย่าไปยึดติด หากควรมองดูถึงพัฒนาการ มากกว่าและการเขียนแบบนี้ น่าจะง่ายกว่า การเขียนอย่างอื่น เพราะเขียนขึ้นมาทันที ณ ช่วง เวลานั้น ๆ ลองติดตามดูนะครับ ชอบ ไม่ชอบ อย่างไร คุยแลกเปลี่ยนกันมาได้ครับ